ภายใต้หลักการสากลว่าด้วยการต้านการฟอกเงินนั้นได้มีการ จัดแบ่งกลุ่มแหล่งที่มาของเงินที่จะต้องนำมาผ่านกระบวนการฟอกเงินออกเป็น 10 แหล่งด้วยกัน คือ
1. เงินที่มาจากการค้ายาเสพติด
2. การทุจริตจากวงการเมือง
3. การฉ้อโกงประชาชน
4. การรับสินบนของข้าราชการ
5. การโกงทางด้านบัญชีของบริษัท
6. เงินส่วนตัวที่ต้องการปกปิด
7. เงินที่มีการหลบเลี่ยงภาษีของเหล่าบรรดามหาเศรษฐีใจบาป
8. เงินที่ได้จากการยักยอกงบประมาณของรัฐบาล
9. เงินนอกระบบที่ได้จากธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ
10. เงินจากบ่อนการพนัน
ทั้ง นี้โดยแหล่งที่มาของเงินสกปรก (Dirty Money) ที่มีมูลค่ามากที่สุดในทุกวัน นี้ก็เป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นเงินสกปรกที่มาจากการค้ายาเสพติด ซึ่งจากการประเมินโดยสำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติดและอาชญากรรม แห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC ในปี 2007 ที่ผ่านมานั้น ก็เชื่อว่ามีเงินสกปรกที่มาจากการค้ายาเสพติดนี้คิดเป็นมูลค่ารวมกันไม่น้อย กว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในทั่วโลก
ยิ่งไปกว่านั้น จากการประเมินดังกล่าวนี้ของ UNODC ยังสามารถระบุอย่างชัดเจนว่ามีเงินสกปรกจากการค้ายาเสพติดคิดมีมูลค่าไม่ น้อยกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐได้ผ่านกระบวนการฟอกให้เป็นเงินสะอาดได้ และแหล่งฟอกเงินที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นก็คือบ่อนคาสิโน
โดย ที่กล่าวว่ากระบวนการฟอกเงินสกปรกให้เป็นเงินสะอาดสามารถทำได้อย่างไม่ยาก เย็นนั้น ก็เป็นเพราะว่าโดยปกติแล้วเจ้าของบ่อนคาสิโนจะเป็นบุคคลหรือกลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มเดียวกันกับที่ดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ เคียงคู่กันไป เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่พึ่งจะเชื่อมเศรษฐกิจของชาติเข้ากับระบบทุน นิยมโลกเมื่อไม่นานมานี้ยังเปิดโอกาสให้เจ้าของบ่อนคาสิโนสามารถดำเนิน กิจการธนาคารเคียงคู่กันไปกับบ่อนได้อีกด้วย
ทั้งนี้โดยถ้าหากจะ กล่าวเจาะจงเฉพาะในเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงแล้วก็จะได้ว่าประเทศที่มีการ อนุญาตให้เปิดบ่อนคาสิโนและธนาคารพาณิชย์มากที่สุดในช่วงไม่ถึง 15 ปีมานี้ก็คือประเทศกัมพูชา ซึ่งนอกจากรัฐบาลเขมรภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีตลอดกาลอย่าง ฮุน เซน จะได้อนุญาตให้มีการเปิดบ่อนคาสิโนถึง 15 แห่งแล้ว (ไม่รวมบ่อนที่ลักลอบเปิดโดยบรรดานายทหารใหญ่และผู้มีอิทธิพลอีกหลายสิบ แห่ง) รัฐบาลนี้ยังได้อนุญาตให้มีการเปิดธนาคารพาณิชย์อีกกว่า 50 แห่ง
สำหรับ ในส่วนของบ่อนคาสิโนที่ถูกกฎหมายทั้ง 15 แห่งนั้นส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในเขตที่ติดต่อชายแดนกับประเทศไทยโดย 8 แห่งอยู่ที่เมืองปอยเปต (พลอยเพชร) ตรง ข้ามกับอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ส่วนอีก 7 แห่งที่เหลือนั้นตั้งอยู่ในเขตเมืองไพลิน (ติดต่อกับเขตจังหวัดจันทบุรี) เกาะกง (ติดต่อกับเขตจังหวัดตราด) กับที่โอเสม็ด (ติดต่อกับเขตจังหวัดสุรินทร์) นอกนั้นก็จะเป็นบ่อนคาสิโนที่เมืองชายฝั่งทะเลสีหนุวิลล์ 2 แห่งกับ 1 แห่งที่เมืองบาเวต (ติดชายแดนภาคใต้ของเวียดนาม) และอีก 1 แห่งในใจกลางกรุงพนมเปญ
โดยบ่อนคาสิโนเหล่านี้ในกัมพูชามีเครื่อง เล่นการพนัน (Gambling Machines) รวมกันมากกว่า 2,000 เครื่องและมีโต๊ะพนันไว้คอยรองรับนักเล่นอีกมากกว่า 700 โต๊ะ หากแต่ก็สามารถสร้างงานให้กับชาวเขมรได้เพียง 7,000 กว่าคนเท่านั้น
ส่วน ธนาคารพาณิชย์กว่า 50 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงพนมเปญนั้นต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นธนาคารขนาด เล็ก และส่วนใหญ่ก็ไม่มีสาขาของธนาคารอยู่ในเขตต่าง จังหวัดเลยอีกด้วย หากแต่ธนาคารขนาดเล็กเหล่านี้ก็ยังสามารถดำเนินกิจการต่อมาได้ ด้วยการให้บริการธุรกรรมทางการเงินแก่กลุ่มธุรกิจที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน เป็นหลัก
ยิ่งไปกว่านั้น ยังปรากฏว่ามีธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่สามารถดำเนินกิจการอยู่ ได้ด้วยการออกหวยและล็อตเตอรี่ ทั้งยังไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้ที่เป็นเจ้า ของธนาคารขนาดเล็กเหล่านี้ต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อนคาสิโนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะมีการนำเงินจากบ่อนคาสิโนมาฝากไว้ใน ธนาคาร และที่สำคัญไป กว่านั้นก็คือธนาคารขนาดเล็กเหล่านี้ก็จะนำเงินไปฝากไว้กับธนาคารใหญ่ๆอีก ทอดหนึ่ง อันหมายถึงการฟอกเงินได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วนั่นเอง
แน่นอน ว่าด้วยกระบวนการฟอกเงินโดยผ่านบ่อนคาสิโนนี้ย่อมเป็นการยากที่จะรู้ได้ว่า มีเงินสกปรกคิดเป็นมูลค่าเท่าไร?ที่ได้แปรสภาพมาเป็นเงินสะอาดแล้วในกัมพูชา ในแต่ละปี แต่ก็เชื่อว่ามีมูลค่าไม่น้อยไปกว่าเงินที่หมุนเวียนในบ่อนคาสิโนเถื่อนที่ ตั้งอยู่ที่เมืองลาในเขตภาคเหนือของรัฐฉาน ประเทศพม่า ซึ่งติดต่อชายแดนกับเขตสิบสองปันนาในมณฑลหยุนหนานทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของ จีนเป็นแน่
ทั้งนี้โดยจากรายงานของทางการจีนในช่วงปี 2006 นั้นได้ระบุว่านักพนันจากจีนได้นำเงินหยวนไปเล่นในบ่อนคาสิโนเถื่อนในเขต เมืองลาที่มีอยู่มากกว่า 80 แห่งคิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 5 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 250,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว ซึ่งด้วย สภาพการณ์ดังกล่าว ก็ได้เป็นมูลเหตุทำให้ทางการจีนถึงกับต้องใช้อิทธิพลเพื่อกดดันให้รัฐบาล ทหารพม่าต้องดำเนินมาตรการปราบปรามและปิดบ่อนคาสิโนในเขตดังกล่าวไปทั้งหมด เมื่อปีที่ผ่านมานี้
อย่างไรก็ตาม ในเขตประเทศพม่าก็ยังคงมีบ่อนคาสิโนที่ถูกกฎหมายเหลืออยู่อีกถึง 5 แห่งโดย 2 แห่งตั้งอยู่ในเขต Tanintharyi ซึ่งเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัด ระนอง กับอีก 2 แห่งที่เมืองท่าขี้เหล็ก (ติดต่อกับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย) และที่ เหลืออีก 1 แห่งตั้งอยู่ที่เขตสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบ่อนคาสิโนที่หุ้นส่วนกันระหว่างนักธุรกิจ-การเมืองไทย กับทหารพม่าที่มีผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มว้าแดงและกลุ่มโกก้างที่มีส่วน พัวพันกับการค้ายาเสพติดนั่นเอง
ส่วนในประเทศลาวที่ถึงแม้ว่าในเวลา นี้จะมีบ่อนคาสิโนอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นก็ตามหากแต่กลุ่มผู้ลงุทนใน บ่อนคาสิโนที่แดนสวรรค์น้ำงืม รีสอร์ทในเขตที่ตั้งของเขื่อนน้ำงืมในแขวงเวียงจันทน์ ก็เป็นเครือข่ายเดียวกันกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่จากมาเลเซียที่เป็นเจ้าของ บ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ในกรุงพนมเปญ
ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มธุรกิจจีนที่ใช้ชื่อเป็นภาษาลาวว่าดอกงิ้วคำ ซึ่งได้ประกาศแผน การลงทุนในมูลค่ารวมถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว (อยู่ตรงข้ามกับอำเภอเชียงแสน) เพื่อดำเนินการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภายใต้เป้าหมายจะรองรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีนภายใน 7 ปีข้างหน้านั้น ก็เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีฐานเงินทุนมาจากบ่อนคาสิโนที่เกาะมาเก๊า จึงเชื่อว่าบ่อนคาสิโนจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญที่จะสร้างขึ้นในเขต เศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวนี้ด้วยในอนาคต
สำหรับที่เวียดนามนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีเขตแดนทางบกติดต่อกับประเทศไทยเลยก็ตามหากแต่กลุ่มธุรกิจ ที่ลงทุนในบ่อนคาสิโน 4 แห่งที่เวียดนามนั้นก็เป็นเครือข่ายเดียว กันกับกลุ่มธุรกิจบ่อนคาสิโนในกัมพูชาและลาว
ยิ่งไปกว่านั้น บ่อนคาสิโนทั้ง 4 แห่งในเวียดนามซึ่งตั้งอยู่ที่อ่าวฮาลอง, ที่ไฮฟอง ที่ล่าวกายและที่เหล่ย ล่ายนั้น ก็ยังถือหุ้นส่วนใหญ่โดยกลุ่มธุรกิจจีนจากเกาะมาเก๊าและชาวเวียดนามโพ้นทะเล (Vietkieu) ที่ตำรวจลับของเวียดนามเชื่อว่ามีส่วนพัวพันกับการลักลอบขนส่งยาเสพติดจาก เขตสามเหลี่ยมทองคำผ่านลาวเข้าไปในเวียดนามแล้วส่งต่อ ไปยังสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและจีนอีกด้วย